วิธีการตรวจเช็ครถยนต์ ด้วยตนเอง เบื้องต้น by Yai6000

สวัสดีครับน้าๆ ทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งแล้ว วันนี้เราจะมาทำการตรวจเช็ครถยนต์ ด้วยตนเอง
เบื้องต้น ซึ่งจะทำให้รถยนต์อันเป็นที่รักของเราให้สามารถใช้งานกันได้อย่างยาวนาน ลดการซ่อมบำรุง
อย่างหนักหน่วง เพราะว่าการตรวจเช็คในเบื้องต้น ช่วยทำให้เราทราบอาการก่อน แล้วรีบทำการแก้ไข
ดีกว่าปล่อยเอาไว้นานๆ แล้วจากเรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องเกินกว่าที่เจ้าของรถจะรับได้ ในการตรวจเช็ค
รถยนต์สามารถทำได้บ่อยเท่าที่ต้องการ ไม่จำเป็นว่าต้องเดินทางก่อนไกลแล้วค่อยทำ ถ้าเป็นแบบนั้นก็
คงจะสายเกินไป

วิธีการที่ได้นำมาเสนอนี้ ไม่เฉพาะเจาะจงว่าสำหรับรถรุ่นใด แบบใด เพียงแค่อยากให้ลองอ่านแล้ว
นำไปปรับปรุงให้เหมาะสมตามแต่รถยนต์ที่ท่านเจ้าของรถนั้นใช้อยู่ ในครั้งแรกอาจจะดูเหมือนยุ่งยาก
สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนรู้ทางด้านช่างยนต์มาก่อน แต่ถ้าทำบ่อยๆ จนเป็นนิสัย ตามแต่ระยะเวลา และ
ความเหมาะสมของแต่ท่าน แล้วจะพบว่ารถยนต์ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอีกต่อไป ลองได้คุย ได้จับ ได้ลูบ
ได้คลำกันบ่อยๆ เดี๋ยวก็จำกันได้ พอรู้จักกันแล้ว เวลามีปัญหาอะไรที่นี้ล่ะบอกหมดเลย โม้มาก็เยอะแล้ว
ลงมือทำงานกันดีกว่า

บทความนี้เขียนมาจากประสบการณ์ตรง ซึ่ง ณ เวลานั้นทำงานเป็นเซลต่างจังหวัดอยู่ พบว่าใน
วันนึงต้องขับรถเดินทางข้ามจังหวัดในเขตภาคใต้ วันละ 300 – 400 Km. ใน 1 เดือน ได้ระยะทาง
6,000 Km. Up ซึ่งการขับรถแบบนี้ ถ้าเราไม่ดูแลตัวเองแล้ว ใครจะมาดูแลเรา เพราะฉะนั้นการที่เรา
ดูแลรถได้เองในเบื้องต้น เป็นการลดโอกาสที่รถเราจะเสียระหว่างทางให้น้อยที่สุดนั่นเอง

engine pic0

วิธีการตรวจเช็ครถยนต์ ด้วยตนเอง เบื้องต้น
1. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำมันเครื่อง
2. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำมันเกียร์ออโต้ (สำหรับรถยนต์เกียร์ออโต้)
3. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำกลั่นในแบตเตอรี่ (สำหรับแบตเตอรี่แบบเติมน้ำกลั่น)
4. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำ และในถังพักน้ำสำรอง
5. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำมันเบรค
6. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำมันครัช (สำหรับรถยนต์เกียร์ธรรมดา)
7. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์
8. ทำการตรวจเช็ค น้ำในถังน้ำฉีดกระจก
9. ทำการตรวจเช็ค ไส้กรองอากาศรถยนต์
10. ทำการตรวจเช็ค ปรับตั้ง สายพานคอมแอร์
11. ทำการตรวจเช็ค ปรับตั้ง สายพานไดร์ชาร์จ
12. ทำการตรวจเช็ค การรั่วซึม ของท่อทางเดินต่างๆ โดยรอบเครื่องยนต์
13. ทำการตรวจเช็ค การรั่วซึม บริเวณด้านล่างของเครื่องยนต์
14. ทำการตรวจเช็ค ช่วงล่างด้านหน้า ซ้าย-ขวา และระบบกันสะเทือน
15. ทำการตรวจเช็ค การรั่วซึมของชุดเกียร์
16. ทำการตรวจเช็ค การรั่วซึมของชุดเฟืองท้าย
17. ทำการตรวจเช็ค ช่วงล่างด้านหลัง ซ้าย-ขวา และระบบกันสะเทือน
18. ทำการตรวจเช็ค ยางอะไหล่ ตรวจเติมลมยางให้มากกว่ายางปกติซักหน่อย
19. ทำการตรวจเช็ค ลมยางรถยนต์ และสภาพของยางรถยนต์ทั้งสี่ล้อ
20. ทำการตรวจเช็ค ไส้กรองระบบปรับอากาศรถยนต์
21. ทำการตรวจเช็ค สัญญาณไฟเตือนต่างๆ หัลงจากสตาร์ทเครื่องยนต์ว่าปกติหรือไม่
22. ทำการตรวจเช็ค ระบบไฟส่องสว่าง และไฟสัญญาณต่างๆ ว่าพร้อมใช้งานหรือไม่
23. อย่าลืม…เมื่อต้องเดินทางไกล ตรวจสอบความพร้อมของคนขับด้วยว่า พักผ่อนอย่างเพียงพอ

24. สุดท้าย อย่าลืม ตรวจสอบอายุของคนที่นั่งข้างๆ ไปด้วย ว่าเกิน 18 ปีแล้วหรือยัง
มิฉะนั้นอาจจะต้องเจอกับ ข้อหาพรากผู้เยาว์ ได้นะฮาฟ……

——————————————————————————————————————————————————————————————————

1. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำมันเครื่อง ให้อยู่ระหว่างจุดสูงสุด และจุดต่ำสุด อย่าปล่อยให้น้ำมันเครื่อง
เหลือในระบบน้อยกว่าจุดต่ำสุดโดยเด็ดขาด สำหรับรถที่มีปัญหาต้องคอยเติมเลี้ยงเอาไว้ หากตรวจพบ
ปัญหาควรรีบดำเนินการหาทางแก้ไข น้ำมันเชื้อเพลิงถ้าหมดแค่รถดับ แต่น้ำมันเครื่องไปเลี้ยงเครื่อง
ไม่พอรถพังอย่างเดียว

engine pic1-1

 

engine pic1-2

2. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำมันเกียร์ออโต้ (สำหรับรถยนต์เกียร์ออโต้) โปรดศึกษาวิธีการวัดระดับ
น้ำมันเกียร์ออโต้ จากเอกสารคู่มือประจำรถกันอีกครั้งนะครับ เพื่อความถูกต้อง

ในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเกียร์ออโต้ ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษอย่างมากๆ โปรดศึกษาจากคู่มือ
ประจำรถของท่าน เพื่อที่จะทำการเปลี่ยนได้อย่างถูกต้อง ตรงตามชนิดที่ระบุ ไม่ใช่เอะอะบอกว่า
ช่างบอกว่าใช้ได้ ซื้อมาจากร้าอะไหล่เขาบอกว่าใช้ได้ รถของท่าน เกียร์ของท่าน โปรดสนใจ….
นะฮาฟ

engine pic2-1

3. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำกลั่นในแบตเตอรี่ (สำหรับแบตเตอรี่แบบเติมน้ำกลั่น) ทำการตรวจสอบ
ทั้ง 6 ช่อง แล้วทำการเติมน้ำกลั่นจนถึงระดับที่กำหนด สมมติว่า ช่องใดช่องหนึ่ง น้ำกลั่นขาดมากไป
อาจจะเป็นเหตุให้แบตเตอรี่ทั้งลูก เสื่อมคุณภาพไวกว่าปกติได้ เพราะฉะนั้นต้องหมั่นทำการตรวจเช็ค
และปิดฝาให้สนิททุกครั้ง

ข้อควรระวัง การพ่วงสายไฟต่างๆ ที่ขั้วแบตเตอรี่มากเกินไป อาจจะเป็นเหตุให้ ขั้วแบตเตอรี่หลวม
เนื่องจากมีการขันเข้า และออก มากจนเกินไป เป็นเหตุให้สตาร์ทรถไม่ติดเนื่องจากขั้วแบตเตอรี่หลวม
จาการสั่นสะเทือน

engine pic3-1

engine pic3-2

4. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำ และในถังพักน้ำสำรอง ตอนเช้าๆ ก่อนสตาร์ทรถ
เครื่องยนต์ยังไม่มีความร้อน ก็สามารถทำการเปิดฝาหม้อน้ำออกมาดูได้ครับ ดูสี ดูสภาพ ถ้าแย่มาก
แล้ว ก็สมควรจะต้องทำการเปลี่ยนถ่ายออกมาได้แล้ว อีกจุดที่สามารถดูได้นั้นก็คือที่ ถังพักน้ำสำรอง
ให้ลองทำการใช้มือบีบตาม ท่อยางทางเดินน้ำหล่อเย็นดูว่ามีอาการแข็งกรอบหรือไม่ เพราะว่าท่อยาง
พวกนี้ก็มีอายุการใช้งาน เปลี่ยนซะ ตอนที่ยังมีโอกาส ดีกว่าไปโดนบังคับเปลี่ยนระหว่างทาง
ลองทำการตรวจสอบกันดูนะครับ

ระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่าย แนะนำทุกๆ 40,000 Km. หรือทุกๆ 2 ปี

ข้อแนะนำ ในการเติมน้ำลงในถังพักน้ำสำรอง หรือในหม้อน้ำ ควรใช้น้ำดื่มเท่านั้น ไม่แนะนำให้ใช้
น้ำประปา หรือน้ำบาดาล หากพบว่าน้ำพร่องหายไปมากกว่าปกติ แสดงว่ามีจุดรั่วซึม ต้องรีบค้นหา
แล้วทำการแก้ไขโดยเร็ว

engine pic4-1

engine pic4-2

engine pic4-3

engine pic4-4

5. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำมันเบรค ให้อยู่ในระดับที่กำหนด หากพบว่ามีการพร่องหายไป ควรรีบ
ดำเนินการ ตรวจเช็คจุดที่รั่วซึม หรือนำรถของท่านไปให้ช่างผู้ชำนาญงานตรวจสอบหาสาเหตุ
แล้วทำการแก้ไข เพราะว่าโดยปกติ ระบบน้ำมันเบรค จะไม่พร่องหายไปมากเกิน ถ้าไม่มีเหตุผิดปกติ
ใดๆ มาแทรกซ้อน ถ้าดูแล้วพบว่ามีสีที่ดำคล้ำมากว่าปกติ แล้วครั้งสุดท้ายที่เปลี่ยนถ่ายก็จำไม่ได้แล้ว
ด้วย ก็ถึงเวลาต้องมีการบำรุงรักษากันแล้ว

ระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่าย แนะนำทุกๆ 40,000 Km. หรือทุกๆ 2 ปี

หลังจากถ่ายน้ำมันเบรค หากพบว่าระบบเบรคแข็งทื่อ หรือไม่ดีไปกว่าก่อนที่เปลี่ยนน้ำมันเบรคของเดิม
แนะนำว่า ต้องไล่ลมเบรคทั้งสี่ล้อด้วยทุกครั้ง ทำเหลือก็ยังดีกว่าทำไม่พอ ระบบเบรคสำคัญมากๆ….

engine pic5-1

engine pic5-2

6. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำมันครัช (สำหรับรถยนต์เกียร์ธรรมดา) หากพบว่ามีการพร่องหายไป
ควรรีบดำเนินการตรวจเช็คจุดที่รั่วซึม หรือนำรถของท่านไปให้ช่างผู้ชำนาญงานตรวจสอบหาสาเหตุ
แล้วทำการแก้ไข เพราะว่าโดยปกติ ระบบน้ำมันครัช จะไม่พร่องหายไปมากเกิน ถ้าไม่มีเหตุผิดปกติใดๆ
มาแทรกซ้อน ถ้าดูแล้วพบว่ามีสีที่ดำคล้ำมากว่าปกติ แล้วครั้งสุดท้ายที่เปลี่ยนถ่ายก็จำไม่ได้แล้วด้วย
ก็ถึงเวลาต้องมีการบำรุงรักษากันแล้ว

ระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่าย แนะนำทุกๆ 40,000 Km. หรือทุกๆ 2 ปี

หลายคนชอบบ่น ว่ารถตัวเองครัชแข็ง แต่ไม่เคยถ่ายน้ำมันครัชกันเลย ดำอย่างไรก็ดำแบบนั้น แนะนำ
ให้ถ่ายออกแบบเกลี้ยงๆ ดู แล้วจะพบว่ามันดีขึ้นจริงๆ

engine pic6-1

engine pic6-2

7. ทำการตรวจเช็คระดับ น้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ ในกระปุก หากพบว่ามีการพร่องหายไป ควรรีบ
ดำเนินการตรวจเช็คจุดที่รั่วซึม หรือนำรถของท่านไปให้ช่างผู้ชำนาญงานตรวจสอบหาสาเหตุ
แล้วทำการแก้ไข เพราะว่าโดยปกติ ระบบน้ำมันพวงมาลัยเพาเวอร์ จะไม่พร่องหายไปมากเกิน
ถ้าไม่มีเหตุผิดปกติใดๆ ถ้าดูแล้วพบว่ามีสีที่ดำคล้ำมากว่าปกติ แล้วครั้งสุดท้ายที่เปลี่ยนถ่ายก็จำ
ไม่ได้แล้วด้วย ก็ถึงเวลาต้องมีการบำรุงรักษากันแล้ว

ระยะเวลาในการเปลี่ยนถ่าย แนะนำทุกๆ 40,000 Km. หรือทุกๆ 2 ปี

engine pic7-1

engine pic7-2

8. ทำการตรวจเช็ค น้ำในถังน้ำฉีดกระจก ควรที่จะทำการเติมให้เต็มเอาไว้ตลอดเวลา เพราะว่า
เส้นทางข้างหน้า เราไม่รู้ว่าจะเจอกับอะไรบ้าง พอถึงเวลาจะใช้แล้วมันไม่มี มันน่าหงุดหงิดใจจริงๆ

engine pic8-1

9. ทำการตรวจเช็ค ไส้กรองอากาศรถยนต์ เดี๋ยวนี้หาสถานที่ที่จะเป่าไส้กรองอากาศได้ยากเหลือเกิน
ผมก็เลยใช้วิธี เปลี่ยนทุกๆ 20,000 Km. ซะเลย ถ้าจะให้รอเปลี่ยนทุกๆ 40,000 Km. ตามที่คู่มือ
แนะนำ ก็ได้นะครับ แบบนั้นก็ประหยัดตังค์ดี ต้องไม่ลืมว่าไส้กรองอากาศที่ไม่อุดตัน ช่วยให้รถยนต์
ประหยัดน้ำมันได้อีกนิดนะครับ

engine pic9-1

engine pic9-2

10. ทำการตรวจเช็ค ปรับตั้ง สายพานคอมแอร์ โดยใช้นิ้วมือกดบริเวณกึ่งกลางสายพาน หากพบว่า
สายพานหย่อน ควรทำการปรับตั้ง เพื่อให้อยู่ในระยะที่กำหนด โดยปกติสายพานหน้าเครื่องจะไม่ขาด
ได้โดยง่าย เว้นแต่มีเศษก้อนหินกระเด็นใส่ หรือ สายพานแตก กรอบ ร่อน หลุด ตามอายุการใช้งาน
ส่วน ใหญ่ที่เปลี่ยน จะเจอปัญหาทนเสียงดังน่ารำคาญไม่ไหว พอเปลี่ยนแล้วเสียงนั้นจะหายไป ค่าเฉลี่ยสายพานตัวนี้ก็ประมาณ 50,000 Km. ถ้าเห็นว่าสภาพไม่ดีแล้วก็ควรรีบทำการเปลี่ยนซะ เปลี่ยนตอนนี้
หรือจะไปขาดเอากลางทางก็เลือกเอ่า

engine pic10-1

11. ทำการตรวจเช็ค ปรับตั้ง สายพานไดร์ชาร์จ โดยใช้นิ้วมือกดบริเวณกึ่งกลางสายพาน หากพบว่า
สายพานหย่อน ควรทำการปรับตั้ง เพื่อให้อยู่ในระยะที่กำหนด โดยปกติสายพานหน้าเครื่องจะไม่ขาด
ได้โดยง่าย เว้นแต่มีเศษก้อนหินกระเด็นใส่ หรือ สายพานแตก กรอบ ร่อน หลุด ตามอายุการใช้งาน
อายุการใช้งานของสายพานเส้นนี้เกิน 100,000 Km. แน่นอน เนื่องจากสายพานเส้นใหญ่ แต่อะไรๆ
ก็เกิดขึ้นได้ ก็ตรวจสอบดูตามสภาพ ถ้าเห็นว่าสภาพไม่ดีแล้วก็ควรรีบทำการเปลี่ยนซะ เปลี่ยนตอนนี้
หรือจะไปขาดเอากลางทางก็เลือกเอา

engine pic11-1

12. ทำการตรวจเช็ค การรั่วซึม ของท่อทางเดินต่างๆ โดยรอบเครื่องยนต์ เป็นการตรวจเช็คสิ่งผิดปกติ
ต่างๆ โดยทั่วๆ ไป ว่ายังอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ไม่มีการ รั่ว ซึม เยิ้ม แฉะ ของน้ำมันไหลออกมา
หากพบก็ควรรีบดำเนินการแก้ไข อย่าปล่อยปละละเลยจนปัญหาเล็ก กลายเป็นเรื่องใหญ่

engine pic12-1

13. ทำการตรวจเช็ค การรั่วซึม บริเวณด้านล่างของเครื่องยนต์ เป็นการตรวจเช็คสิ่งผิกปกติต่างๆ
โดยทั่วๆ ไป ว่ายังอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ไม่มีการ รั่ว ซึม เยิ้ม แฉะ ของน้ำมันไหลออกมา หากพบ
ก็ควรรีบดำเนินการแก้ไข อย่าปล่อยปละละเลยจนปัญหาเล็ก กลายเป็นเรื่องใหญ่

สำหรับรถโหลดเตี้ย คงต้องหมั่นตรวจเช็คบริเวณใต้อ่างน้ำมันเครื่องให้มากสักหน่อย เนื่องจาก
บริเวณนี้มีโอกาสได้รับการกระแทกมากกว่าปกติ เนื่องจากการโหลดเตี้ยลงมา เพราะฉะนั้นการขับขี่
จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นไปอีก กรณีที่มีการกระแทกก้นอ่างน้ำมันเครื่องจนไปชนกับ
ฝักบัวดูดน้ำมันเครื่อง ทำให้ประสิทธิภาพการดูดลดลง ประสิทธิการหล่อลื่นในเครื่องยนต์ก็ลดลง
ไปด้วย ต้องทำการแก้ไขโดยเร็ว

engine pic13-1

14. ทำการตรวจเช็ค ช่วงล่างด้านหน้า ซ้าย-ขวา และระบบกันสะเทือน ตรวจดูว่ามีการรั่ว ซึม เยิ้ม
แฉะ ของชิ้นส่วนต่างๆ ส่วนบริเวณยางลูกหมากต่างๆ เมื่อพบว่าชำรุด เสียหาย ตามอายุการใช้งาน
ก็ถึงเวลาที่ต้องทำการเปลี่ยนอะไหล่กันได้แล้ว หรือถ้าโช๊คอัพใช้งานมาได้พอสมควรแล้ว ก็ควรที่จะ
ถึงเวลาเปลี่ยนได้แล้ว ตามแต่งบประมาณของแต่ละท่าน

engine pic14-1

engine pic14-2

15. ทำการตรวจเช็ค การรั่วซึมของชุดเกียร์ ไม่ว่าจะเป็นเกียร์ธรรมดา หรือหรือเกียร์ออโต้ ก็ใช้หลัก
การเดียวกัน ตรวจดูว่ามีการรั่ว ซึม เยิ้ม แฉะ ของชิ้นส่วนต่างๆ หรือไม่

engine pic15-1

engine pic15-2

16. ทำการตรวจเช็ค การรั่วซึมของชุดเฟืองท้าย ตรวจดูว่ามีการรั่ว ซึม เยิ้ม แฉะ ของชิ้นส่วน
ต่างๆ หรือไม่

engine pic16-1

engine pic16-2

17. ทำการตรวจเช็ค ช่วงล่างด้านหลัง ซ้าย-ขวา และระบบกันสะเทือน ตรวจดูว่ามีการรั่ว ซึม เยิ้ม
แฉะ ของชิ้นส่วนต่างๆ หรือไม่ หรือถ้าโช๊คอัพใช้งานมาได้พอสมควรแล้ว ก็ควรที่จะถึงเวลาเปลี่ยน
ได้แล้ว ตามแต่งบประมาณของแต่ละท่าน

engine pic17-1

engine pic17-2

18. ทำการตรวจเช็ค ยางอะไหล่ ตรวจเติมลมยางให้มากกว่ายางปกติซักหน่อย ลองถอดลงมาเล่น
กันดู เผื่อเอาไว้ว่า เวลางานเข้าจะได้คล่องแคล้วหน่อย การที่เราเอายางอะไหล่ลงมาตรวจเช็คได้
ก็แสดงว่าทุกอย่างพร้อมใช้งาน แต่ถ้าเราไม่เคยรับรู้เลยว่ายางอะไหล่มีอยู่จริง ถึงวันนึงต้องใช้งาน
แล้วมันไม่พร้อมใช้ อย่างนี้ล่ะ งานเข้าของแท้ นานๆ ทำที่นึงถือว่าเป็นการออกกำลังกาย เอาลงมา
เติมลมก็ยังดี

กุญแจล็อคยางอะไหล่ควรเก็บไว้ในรถ บริเวณที่หาได้ง่าย เวลาจะใช้งานก็หยิบได้สะดวก ทำการ
หล่อลื่นชุดกุญแจล็อคยางอะไหล่เอาไว้ด้วย ถ้าไม่เคยทำเลย เวลาจะใช้งานจะพบปัญหาว่า
มันติดขัด ไขไม่ออก

engine pic18-1

19. ทำการตรวจเช็ค ลมยางรถยนต์ และสภาพของยางรถยนต์ทั้งสี่ล้อ ว่าสภาพพร้อมใช้งาน
ไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ ทำการตรวจเช็คลมยาง หากพบว่ายางเส้นใด ลมยางหายไปมากกว่าปกติแสดง
ว่ามีการรั่วซึมแล้ว ควรรีบนำรถไปทำการปะยางในทันที มิฉะนั้นแล้ว อาจจะต้องได้มีการถอดยาง
อะไหล่ลงมาใช้ระหว่างทาง

ส่วนแรงดันลมยาง ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละบุคคล ของผมเติม 40 PSI ทั้งสี่ล้อ
แบบว่ามันจำง่ายดี

engine pic19-1

engine pic19-2

20. ทำการตรวจเช็ค ไส้กรองระบบปรับอากาศรถยนต์ แนะนำให้เปลี่ยนทุกๆ 20,000 Km.
หรือ 6 เดือนนะครับ ไม่มีข้อกำหนดที่แน่นอน อย่างน้อยก็ยังดีกว่าไปโดนล้างแอร์ราคาแพงๆ
สุดท้ายก็ยังไม่ได้ใส่กรองแอร์เหมือนเดิม

บอกคนข้างๆ ว่าเรารักและใส่ใจ รถเรามีกรองแอร์ด้วยน่ะ แม้ว่าตอนที่ซื้อมามันจะไม่มีให้
แต่ก็สามารถทำให้มีได้ พออากาศในรถสะอาดขึ้น เนื่องจากฝุ่นน้อยลง อะไรๆ ก็ดีขึ้น

engine pic20-1

21. ทำการตรวจเช็ค สัญญาณไฟเตือนต่างๆ หลังจากสตาร์ทเครื่องยนต์ว่าปกติหรือไม่
ซึ่งโดยปกติแล้วเมื่อเราทำการสตาร์ท และใช้งานรถอย่างปกติ ไฟสัญาณเตือนต่างๆ มักไม่ค่อย
โชว์ขึ้น เว้นเสียแต่ว่ามีความปกติใดๆ

สำคัญมาก ไฟเตือนรูปกาน้ำมันเครื่อง กรณีที่เครื่องยนต์กำลังถูกใช้งานอยู่หากว่ามีสัญญาณ
นี้แสดงขึ้นมา ควรรีบทำการดับเครื่องยนต์ในทันที ไม่ควรฝืนขับอีกต่อไป แม้ว่าศูนย์บริการจะ
อยู่ข้างหน้าก็ตาม เพราะว่าแรงดันน้ำมันเครื่องในระบบมีปัญหา หากฝืนขับต่อไป จากเสียหาย
เล็กน้อย จะกลายเป็นเรื่องใหญ่มากๆ ไม่แนะนำให้ใช้เครื่องยนต์ไม่ว่ากรณีใดๆ ควรให้ช่าง
ผู้ชำนาญงานเป็นผู้ดูแล

engine pic21-1

engine pic21-2

22. ทำการตรวจเช็ค ระบบไฟส่องสว่าง และไฟสัญญาณต่างๆ ว่าพร้อมใช้งานหรือไม่
มีเวลาว่างๆ ก็ทำไปเรื่อย เดี๋ยวต้องใช้รถแล้ว ก็ไม่มีเวลาแล้ว ขับรถต่างจังหวัด ระยะทางไกล
ระบบไฟส่องสว่างสำคัญมากๆ ครับ ส่วนนึงของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ก็มาจากใครคนนึงมองไม่เห็น
อีกคนนั้นเอง

engine pic22-1

23. อย่าลืม…เมื่อต้องเดินทางไกล ตรวจสอบความพร้อมของคนขับด้วยว่า พักผ่อนอย่าง
เพียงพอ ในบางครั้งการเดินทางไกลก็ต้องใช้ตัวช่วยกันบ้าง หากไม่ไหวก็พักสักกันงีบนึง
ยังดีกว่าฝืนขับต่อไปนะครับ

engine pic23-1

—————————————————————————————————————————————————————————————————

ที่มา : http://www.newdmax-club.com

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s