วัตถุประสงค์ของการจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน

1.  เพื่อให้ผู้เรียนได้ได้ทำการทดลองและพิสูจน์สิ่งต่าง ๆ ตามความถนัดและความสนใจ

2.  เพื่อรู้จักการวางแผนทำงานอย่างเป็นระบบ   ขั้นตอน  ทำให้รู้จักวิธีการแก้ปัญหาหลายวิธี

3.  เพื่อฝึกการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี ฝึกทักษะกระบวนการทำงานด้วยตนเอง หรือร่วมกัน

4.  เพื่อฝึกวิเคราะห์  และประเมินตนเอง ได้รับประสบการณ์ตรง

5.  เพื่อพัฒนาและได้แสดงออกซึ่งความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

6.  เพื่อศึกษา ค้นคว้า และแก้ปัญหาจากการทำงาน มีบทบาทและส่วนร่วมในการเรียนรู้

7 เพื่อให้ผู้เรียนได้ใช้ความรู้  ทักษะและประสบการณ์ของตนเองในการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดพลังความอยากรู้อยากเห็น

8.  เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนตัดสินใจว่าจะทำอะไร  กับใคร  อย่างไร ทำให้เกิดความมั่นใจ

9.  เพื่อเป็นสิ่งยืนยันว่าเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่ทำจริง ในกรณีที่ต้องนำแสดงต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง

10. เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้โดยศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ครูมีหน้าที่ให้คำปรึกษาเท่านั้น

ความแตกต่างในการเรียนรู้ด้วยโครงงานกับการเรียนรู้โดยการศึกษาค้นคว้าทำรายงาน

 

ข้อ

โครงงาน

รายงาน

1

นักเรียนได้ทักษะต่าง ๆ มากมาย ได้ความรู้เชิงวิชาการเป็นส่วนใหญ่ทักษะที่เกิดมีน้อย

2

ผู้เรียนเกิดความสนใจในกิจกรรมที่หลากหลาย ผู้ที่ไม่สนใจเรียนจะไม่ได้อะไร เพราะเป็นเพียงการคัดลอกหรือถ่ายเอกสาร

3

เน้น กระบวนการ มากกว่าผลงานที่ออกมา เน้น ผลงาน ที่สวยหรูมากกว่า กระบวนการ

4

บทบาทครูคือเป็นที่ปรึกษาโครงงานให้กำลังใจและดูแลกระบวนการทำงาน บทบาทครูเป็นเพียงผู้ตรวจรายงานไม่สนใจว่านักเรียนจะไปหารายงานมาจากไหน

5

ต้องนำเสนอเพื่อแสดงผลการศึกษาของตนเองแบบสร้างสรรค์ น่าสนใจ อาจมีหรือไม่มีการนำเสนอก็ได้ หากมีการนำเสนอ รูปแบบมักพูดเพียงในชั้นเรียน

6

นักเรียนสามารถสร้างความรู้ด้วยตนเอง ต้องพึ่งพาความรู้จากตำรา ไม่สามารถสร้างความรู้ได้

7

มีการประเมินตามสภาพจริงในกระบวนการทำงานอย่างยุติธรรม มีการประเมินที่ใช้แต่ความคิดเห็นของครูโดยมักพิจารณารูปแบบภายนอก

8

ครูให้นักเรียนกำหนดประเด็นที่จะศึกษาตามที่นักเรียนสนใจ โดยกำหนดกรอบกว้างๆแล้วให้นักเรียนคิดประเด็นเป้าหมายที่จะศึกษา ครูมักกำหนดหัวข้อแล้วมอบหมายให้นักเรียน โดยนักเรียนต้องไปศึกษาตามหัวข้อที่กำหนดให้

9

การทำงานมีกระบวนการและขั้นตอนที่ซับซ้อน การทำงานไม่ต้องอาศัยขั้นตอนหรือวางแผนงานมากนัก

10

นักเรียนตั้งคำถามย่อยจากประเด็นที่ตนคิด แล้วตั้งสมมุติฐาน ค้นหาคำตอบด้วยตัวนักเรียนเอง นักเรียนกำหนดหัวข้อย่อยในเรื่องที่จะศึกษาจากตำราในห้องสมุดที่มีเนื้อหาหรือหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย

11

มีการเขียนโครงงาน เหตุผล เป้าหมาย วัตถุประสงค์ และปฏิทินในการทำงาน ไม่มีการชี้แจงเหตุผล เป้าหมาย วัตถุประสงค์ในการศึกษา ไม่มีการบันทึกการทำงาน

12

มีกิจกรรมที่หลากหลายแทรกอยู่ในกิจกรรมโครงงานแต่ละขั้นตอน รายงาน คือ การเข้าห้องสมุด ถ่ายเอกสารรวมเป็นรายงาน ไม่มีกิจกรรมหลากหลาย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s