เนื่องจากโครงงานคือ การแก้ปัญหาหรือข้อสงสัยของนักเรียนโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จึงแบ่งโครงงานตามการได้มาซึ่งคาตอบของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ออกเป็น 4 ประเภทคือ

2.1 โครงงานประเภทการสารวจและรวบรวมข้อมูล

โครงงานประเภทนี้ ผู้ทาโครงงานเพียงต้องการสารวจและรวบรวมข้อมูล แล้วนาข้อมูลเหล่านั้นมาจาแนกเป็นหมวดหมู่และนาเสนอในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้เห็นลักษณะหรือความสัมพันธ์ในเรื่องที่ต้องการศึกษาให้ชัดเจน ในการทาโครงงานประเภทสารวจและรวบรวมข้อมูล ไม่จาเป็นจะต้องมีตัวแปรเข้ามาเกี่ยวข้อง นักเรียนเพียงแต่สารวจรวบรวมข้อมูลที่ได้ แล้วนาข้อมูลที่ได้มาจัดให้เป็นหมวดหมู่และนาเสนอ ก็ถือว่าเป็นการสารวจรวบรวมข้อมูลแล้ว เช่น- การสารวจรูปทรงทางเรขาคณิตของใบพืชชนิดต่าง ๆ- การสารวจสัตว์ในท้องถิ่น

– การสารวจภูมิปัญญาท้องถิ่นในด้านต่าง ๆ
– การสารวจเส้นทางเดินทัพตามประวัติศาสตร์ไทย
– การสารวจภาษาถิ่นในชุมชน
– การสารวจพืชสมุนไพรในท้องถิ่น
– การศึกษาเส้นทางเดินของสุนทรภู่ตามนิราศ
– การศึกษาค้นคว้าหลักฐานทางประวัติศาสตร์เรื่องเจดีย์ยุทธหัตถี
– การศึกษาค้นคว้าหลักฐานทางประวัติศาสตร์เรื่องพันท้ายนรสิงห์
– การสืบค้นและศึกษาเรื่องอาหารจากกาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน
– การศึกษาค้นคว้าตารายาแผนโบราณ
– การสารวจพืชสมุนไพรในท้องถิ่น
ฯลฯ

2.2 โครงงานประเภททดลอง

ในการทาโครงงานประเภททดลอง ต้องมีการจัดการกับตัวแปรที่จะมีผลต่อการทดลอง ซึ่งจะมี 4 ชนิด คือ 2.2 1 ตัวแปรต้นหรือตัวแปรอิสระหมายถึง เหตุของการทดลองนั้นๆ
2.2 2 ตัวแปรตาม ซึ่งจะเป็นผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงตัวแปรต้น
2.2.3 ตัวแปรควบคุม หมายถึง สิ่งที่ต้องควบคุมให้เหมือน ๆ กัน มิฉะนั้นจะมีผลทาให้ตัวแปรตามเปลี่ยนไป
2.2.4 ตัวแปรแทรกซ้อน ซึ่งจริง ๆแล้วก็คือ ตัวแปรควบคุมนั่นเอง แต่บางครั้งเราจะควบคุมไม่ได้ ซึ่งจะมีผลแทรกซ้อนทาให้ผลการทดลองผิดไป แต่แก้ไขได้โดยการตัดข้อมูลที่ผิดพลาดทิ้งไป เช่น
– การศึกษาสูตรอาหารไก่ตอน
– การทดลองปลูกพืชในน้ายาหรือการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน
– การควบคุมการเจริญเติบโตของไม้ประดับประเภทเถา
– การศึกษาขนมอบชนิดต่างๆ
– การศึกษาสูตรเครื่องดื่มที่ผลิตจากไม้ผล
ฯลฯ

2.3 โครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์หรือพัฒนาชิ้นงาน

เป็นการนาเอาความรู้ที่มีอยู่มาประดิษฐ์หรือสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากมาย อาจจะรวมถึงการเขียนหนังสือ แต่งเพลง สร้างบทละครและอื่น ๆ ไว้ในโครงงานประเภทสิ่งประดิษฐ์ด้วย เช่น
– การประดิษฐ์เครื่องห่อผลไม้
– การสร้างหรือพัฒนาระเบียบวิธีการจัดจาหน่ายผลิตภัณฑ์หรือผลิตผล
– เครื่องกลั่นน้าพลังแสงอาทิตย์
– การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน
– การประดิษฐ์เครื่องสูบน้าพลังลม
– เทคนิคการถนอมอาหารแบบพื้นบ้าน
– เทคนิคการปลูกพืชสมุนไพร
– นวัตกรรมในการลอกภาพเขียนโบราณ
– เทคนิคการย้อมสีผ้าโดยใช้ภูมิปัญญาไทย
– การพัฒนาสร้างสรรค์สูตรอาหาร
– การประดิษฐ์หัวฉีดพ่นน้าในแปลงปลูกผัก
– การประดิษฐ์ของชาร่วย
– การออกแบบเสื้อผ้าชาย หญิง
ฯลฯ

2.4 โครงงานประเภททฤษฎี

เป็นการใช้จินตนาการของตนเองมาอธิบายหลักการหรือแนวความคิดใหม่ ๆ ซึ่งอาจอธิบายในรูปของสูตรหรือสมการ หรืออธิบายปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นและไม่สามารถอธิบายได้โดยหลักการเดิม ๆ เช่น
– ความมหัศจรรย์ของเลข 9

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s